ช่วงนี้แอดได้มีโอกาสอ่านหนังสือเกี่ยวกับทักษะความเป็น Generalist หนึ่งในนั้นคือ หนังสือ How to Fail at Almost Everything and Still Win Big ของ Scott Adams
วันนี้เลยจะมาสรุป 6 ไอเดียสำคัญจากหนังสือ How to Fail at Almost Everything and Still Win Big ของ Scott Adams ที่เป็นเหมือนแผนที่นำทางของคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษะไร แต่ก็อยากประสบความสำเร็จเหมือนกัน
1. โฟกัสที่ “ระบบ” มากกว่า “เป้าหมาย
“If you do something every day, it’s a system. If you’re waiting to achieve it someday in the future, it’s a goal.”
How to Fail at Almost Everything and Still Win Big เป็นหนังสือที่แอดสามารถตกผลึกไอเดียได้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้ง ก็ขอให้คิดว่าจะสามารถกลับมาชนะได้เสมอ
โดยที่ตอนนั้นเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไมหรือมีประโยชน์อย่างไรในอนาคต แต่อีก 10 ปีต่อมา เมื่อเขาเริ่มคิดค้นพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เขาได้นำความรู้ด้านการคัดลายมือมาใช้ในการออกแบบฟอนต์และระบบตัวอักษรที่โดดเด่นจากคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในยุคนั้น ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดขายของเครื่อง Mac และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่นั้นมา
“You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future“. — Steve Jobs
Dan Koe เป็นนักเขียนและครีเอเตอร์ที่สอนเรื่อง Personal branding และ digital business ที่มีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางมากกว่า 3 ล้านคน (IG 1.6M + Youtube 961K + X 507K + TikTok 362K)
แล้วแอดได้มีโอกาสเข้าไปฟังบนช่อง Youtube ของเขาในหัวข้อคลิป The Age Of The Generalist (How To Earn A Living Doing What You Enjoy) แล้วรู้สึกได้ตกผลึกของแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ Generalist
“The Internet has decentralized wealth generation”.
Dan Koe
Dan บอกว่าตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคของ Second Renaissance หรือ Generalists thrive in the creator economy หมายถึง คนที่เป็น Generalist มีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้มากกว่า ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้อินเตอร์เน็ตหรือ “creator economy”
นักศึกษาที่เรียนคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศ ไม่ใช่ว่าจะสามารถเป็นนักข่าวได้ทุกคน ไม่แน่ว่านักศึกษาที่เรียนจบคณะเภสัชศาสตร์ ก็อาจเป็นนักข่าวหรือนักเขียนก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คุณเคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO และบรรณาธิการสำนักข่าว The Standard
เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO และบรรณาธิการสำนักข่าว The Standard
แม้ช่วงแรกเขาจะกังวลเรื่องทักษะที่อาจน้อยกว่าคนในวงการ แต่ด้วยการนำทักษะหลายๆ ด้านมาประกอบกัน พร้อมกับใส่แรงความทุ่มเทลงไป ทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้เขาสร้าง The Standard ให้เป็นสื่อที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน
การเป็น Generalist ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีจุดแข็ง แต่คือการใช้ความหลากหลายของทักษะที่คุณมีในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ผ่านการสร้างจุดที่เชื่อมต่อกัน หรือที่รู้จักกันว่า Connect the dots.
“You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future”.
Steve Jobs
Steve Jobs ได้พูดถึงคำว่า “Connect the dots” นี้ไว้ในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัย Stanford ว่าการเรียนรู้หรือการได้มีประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เปรียบเสมือน “จุด” หนึ่งจุด
Steve Jobs ขณะกำลังกล่าว Speech ในงาน Stanford graduates ที่มา L.A. Cicero
นอกจากนี้ คำว่า “Connect the dots” ที่ Steve Jobs กล่าวถึงในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัย Stanford ช่วยให้สรุปออกมาได้ 4 ข้อด้วยกันคือ
มองย้อนกลับไปเพื่อเข้าใจปัจจุบัน: Steve Jobs กล่าวว่า การมองย้อนกลับไปในชีวิต จะทำให้เราเห็นภาพรวมของการเชื่อมโยงจุดต่างๆ ซึ่งบางครั้งเราไม่สามารถเห็นภาพทั้งหมดได้ในช่วงเวลานั้นๆ แต่เมื่อเรามองย้อนกลับไป จุดต่างๆ ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันก็อาจเชื่อมโยงกันได้อย่างมีความหมายได้ในภายหลัง
การมีความรักในสิ่งที่ทำ: Steve Jobs เน้นว่า การรักในสิ่งที่เราทำจะช่วยให้เราเดินต่อไปได้ แม้จะมีอุปสรรคที่ต้องเผชิญอยู่เสมอ เพราะการเชื่อมโยงจุดต่างๆ จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราทำสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจและความหลงใหลในสิ่งนั้นๆ