BookBurk

💡 แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

Author: Anuphong Payopat

  • เราเลือกที่จะพัฒนาตัวเอง มากกว่ากังวลสายตาคนอื่น

    เราเลือกที่จะพัฒนาตัวเอง มากกว่ากังวลสายตาคนอื่น

    ตั้งใจพัฒนาตัวเอง ไม่หวั่นไหวต่อคำพูดคน

    เคยรู้สึกไหมว่า เมื่อตัวเองได้พูดหรือทำอะไรผิดพลาดไป เหมือนทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา เหมือนทุกคนกำลังนินทาหรือหัวเราะเยาะเราอยู่

    นี่อาจเป็นปราฏการณ์ที่เรียกว่า Spotlight effect หรือความเชื่อที่คิดไปเองว่าตัวเราเป็นจุดสนใจ ทั้งที่ในความจริง คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจเราเท่าที่เราคิด

    บางครั้งพวกพวกเขาอาจสังเกตเห็นเรา แต่ความสนใจเหล่านั้นจะหายไปในไม่กี่นาที เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าใครต่างก็กลับไปสนใจเรื่องของตัวเองกันทั้งนั้น

    ความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด จึงเป็นเพียงความคิดของเราเอง และมันมักจะสำคัญน้อยกว่าที่เราคิด

    แทนที่จะเสียเวลาไปกับการกังวลความคิดนั้น ลองหันมาโฟกัสสิ่งที่เราควบคุมได้ พัฒนาตัวเอง ตั้งเป้าหมาย และทำทุกวันให้ดีที่สุด

    เพราะสุดท้ายแล้ว มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่สามารถกำหนดคุณค่าและความสำเร็จในชีวิตของตัวเอง

  • ความอดทนแม้จะเป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันนั้นจะหวานชื่นเสมอ

    ความอดทนแม้จะเป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันนั้นจะหวานชื่นเสมอ

    ผลแห่งการอดทนรอ

    ลองจินตนาการว่าคุณเป็นสัตว์ป่าที่ท่องเที่ยวไปตามทุ่งราบกว้างในแอฟริกา อาจจะเป็นยีราฟ ช้าง หรือสิงโต ในแต่ละวันการตัดสินใจเกือบทุกอย่างของคุณจะส่งผลในทันที คุณมักคิดอยู่เสมอว่าจะกินอะไรดี จะนอนที่ไหน หรือจะหลบพวกสัตว์นักล่าได้อย่างไร

    คุณให้ความสำคัญแค่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะถึงเท่านั้น คุณมีชีวิตในแบบที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ‘การตัดสินใจที่ส่งผลในทันที’

    ทีนี้คุณกลับมาเป็นมนุษย์ในสังคมสมัยใหม่ หลายสิ่งที่คุณกระทำในวันนี้ ยังไม่ได้ส่งผลดีต่อคุณในทันที เช่น ถ้าคุณทำงานได้ดี คุณจะได้รับค่าตอบแทนในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า ถ้าคุณเก็บออมตอนนี้ บางทีคุณอาจจะมีเงินพอ สำหรับวัยเกษียณ

    ทำให้ปัจจุบัน มนุษ์เราต่างมีชีวิตในแบบที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ‘การตัดสินใจที่ให้ผลล่าช้า’

    แต่สมองของมนุษย์เดิมทีไม่ได้มีวิวัฒนาการในวิถีชีวิตแบบ ‘การตัดสินใจที่ให้ผลล่าช้า’ เพราะบรรพบุรุษของเราที่รู้จักกันในนามว่า ‘โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์’ ก็ได้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับสัตว์อื่น ๆ ในทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกา

    หลังจากนั้นต่อมานับพัน ๆ รุ่นของการใช้ชีวิตในวิถีแบบการตัดสินใจที่ส่งผลทันที สมองของมนุษย์ก็ได้วิวัฒนาการกลายมาเป็น ความต้องการผลตอบแทนในอนาคตระยะยาวแทน

    เราทุกคนต่างต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ ความสุขเฉพาะหน้ามักจะเป็นผู้ชนะเสมอและคุณมักจะไม่เลือกทำสิ่งที่กำหนดอนาคตตัวเอง

    เช่น การสูบบุหรี่อาจฆ่าคุณภายใน 10 ปีข้างหน้า แต่ในตอนนี้มันช่วยคุณบรรเทาความเครียดได้ หรืออย่างการกินอาหารที่มากเกินไป ก็จะส่งผลร้ายในอนาคต แต่ในเวลานี้มันช่วยคุณลดความอยากอาหารลงได้

    จากผลงานวิจัยได้แสดงไว้ว่า คนที่มีความอดทนอดกลั้นสูงนั้น มักจะมีระดับการใช้สารเสพติดต่ำกว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนต่ำกว่า และมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อความเครียดได้ดีกว่า

    เราสามารถเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้ในชีวิตของเราเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ถ้าคุณเลิกหรือไม่ใช้สารเสพติด อย่างการสูบบุหรี่ คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีและมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ถ้าคุณเลื่อนเวลาดูโทรทัศน์และตั้งใจทำการบ้านจนเสร็จ คุณก็จะเรียนเข้าใจมากขึ้นและได้เกรดดีขึ้น ถ้าคุณไม่แวะซื้อขนมหวานและมันฝรั่งทอดที่ร้าน คุณก็จะมีแนวโน้มได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าเมื่อถึงบ้าน

    ยิ่งคุณรู้สึกพอใจต่อการกระทำที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมากเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่คุณทำไปนั้นจะสามารถนำคุณไปสู่เป้าหมายในอนาคตหรือไม่

    ดังนั้น ความสำเร็จในเกือบทุกเรื่องจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณยอมเมินเฉยต่อรางวัลที่คุณจะได้รับในทันทีและอดทนรอคอยรางวัลในอนาคตอย่างที่คำสุภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” นั่นเอง

    ขอบคุณ หนังสือ: Atomic habits

  • การพัฒนาตัวเองสำคัญกว่าการเป็นในแบบที่ตัวเองเป็นอยู่

    แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

    เบนจามิน บาร์เบอร์ นักสังคมวิทยาชื่อดังเคยกล่าวว่า “ผมไม่ได้แบ่งโลกออกเป็นของคนอ่อนแอกับโลกของคนเข้มแข็ง หรือโลกของความสำเร็จกับโลกของความล้มเหลว แต่ผมแบ่งออกเป็นโลกของคนที่ชอบเรียนรู้กับโลกของคนที่ไม่ยอมเรียนรู้”

    โลกนี้มีชื่อว่า โลกของความสามารถแบบตายตัว

    หากสมมุติว่าเราแบ่งกรอบคิดเป็นโลกใบ ๆ หนึ่งตามแบบที่นายเบนจามินได้กล่าว โดยโลกนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน โดยในโลกหนึ่ง ภายในโลกนี้มีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นได้เกรดไม่ดี แพ้การแข่งขัน ถูกไล่ออก หรือถูกปฏิเสธ ความล้มเหลวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ฉลาดหรือไม่เก่ง ในทางกลับกัน ความสำเร็จนั้นก็เป็นเรื่องของการพิสูจน์ว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดหรือเก่งอยู่แล้ว

    ส่วนในอีกโลกหนึ่ง ภายในโลกนี้มีความล้มเหลวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากสถานการณ์โลกในแบบแรกเลย แต่ตัวคุณในโลกนี้กลับมีมุมมองในสิ่งเหล่านี้ว่า ความล้มเหลว หมายถึงการที่คุณยังเติบโตไม่เต็มที่ คุณจึงต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้นอีก ความพยายามที่ทำให้คุณฉลาดหรือเก่งขึ้นได้ และในเรื่องของความสำเร็จมักจะเป็นเรื่องของการท้าทายและการพัฒนาตัวเองให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ

    โลกนี้มีชื่อว่า โลกของความสามารถแบบเปลี่ยนแปลงได้

    ให้ลองคิดดูว่าคุณต้องการก้าวไปยังจุดไหน แล้วโลกในแบบไหนหรือในกรอบคิดแบบไหนจะพาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางนั้นได้ เพราะกรอบคิดเป็นแค่ความเชื่อและมันก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในใจ และคุณสามารถเปลี่ยนใจได้

    ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องการจะบอกคือ คุณสามารถเปลี่ยนกรอบคิดของตัวเองได้ คุณสามารถเปลี่ยนโลกในมุมมองที่คุณต้องการจะเป็นได้ และอย่าลืมว่าทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้ด้วยความพยายามและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอยู่เสมอ

    ขอบคุณหนังสือ: Mindset ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา